Option Pricing Models
BSM & Black-76
เปรียบเทียบแบบจำลองสำหรับหุ้นกับฟิวเจอร์ และดูว่ากระบวนการสุ่มกับ Cost of carry เปลี่ยนสูตรราคาอย่างไร
แบบจำลองแบล็ก-โชลส์-เมอร์ตัน (Black-Scholes-Merton Model, 1973)
แบบจำลองในยุคถัดมาถูกเสนอโดย ฟิสเชอร์ แบล็ก (Fischer Black), ไมรอน เอส. โชลส์ (Myron S. Scholes) และ โรเบิร์ต ซี. เมอร์ตัน (Robert C. Merton) (Black and Scholes 1973; Merton 1973) ผลงานนี้ทำให้โชลส์และเมอร์ตันได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ (Nobel Memorial Prize in Economic Sciences) ในปี ค.ศ. 1997 สิ่งที่แบบจำลองนี้ปรับปรุงจากแบบจำลองบาเชอลิเยคือ ราคาสินทรัพย์ในอนาคตมีการแจกแจงแบบล็อกนอร์มัล (Lognormal Distribution) ส่วนผลตอบแทนลอการิทึมมีการแจกแจงปกติ (Normal Distribution) เมื่อพารามิเตอร์คงที่ หรือกล่าวได้ว่าราคาสินทรัพย์เคลื่อนที่แบบสุ่มเชิงเรขาคณิต (Geometric Brownian Motion, GBM) ซึ่งรับประกันว่าราคายังคงเป็นบวกเสมอ อย่างไรก็ตามในยุคเริ่มต้นออปชันถูกพัฒนาสำหรับดัชนีและหุ้นเป็นหลัก หากนำไปใช้กับสัญญาฟิวเจอร์แบบจำลองนี้จะยังไม่เหมาะสม เพราะการถือหุ้นมีค่าเสียโอกาส (cost of carry) จากการนำเงินไปซื้อหุ้นแทนที่จะฝากธนาคาร แต่สำหรับฟิวเจอร์ไม่มีต้นทุนการถือครองในลักษณะเดียวกัน ประเด็นนี้จะนำไปสู่แบบจำลองแบล็ก-76 ในหัวข้อถัดไป
Assumption 5 (พลวัตแบบ GBM). ภายใต้มาตรวัดเชิงกลาง-ความเสี่ยง ราคาสินทรัพย์เป็นไปตาม SDE
dSt=rStdt+σStdWt,(2.1) โดย r คืออัตราดอกเบี้ยไร้ความเสี่ยง และ σ>0 คือความผันผวน จากเล็มมาของอิโต (Itô’s lemma) จะได้ dlnSt=(r−21σ2)dt+σdWt ดังนั้น ST=S0exp((r−21σ2)T+σWT) ซึ่งเป็นการกระจายตัวแบบล็อกนอร์มัล.
Theorem 6 (สมการเชิงอนุพันธ์ย่อยแบล็ก-โชลส์). ให้ V(S,t) เป็นมูลค่าพอร์ตของอนุพันธ์ที่ขึ้นกับ S และ t ภายใต้สมมติฐาน 5 และการซื้อขายต่อเนื่องโดยไม่มีต้นทุนธุรกรรม มูลค่า V ต้องสอดคล้องกับสมการเชิงอนุพันธ์ย่อย (partial differential equation, PDE) ∂t∂V+21σ2S2∂S2∂2V+rS∂S∂V−rV=0.(2.2)
Proof. สร้างพอร์ตโฟลิโอป้องกันความเสี่ยง Π=V−ΔS โดยถืออนุพันธ์หนึ่งหน่วยและขายชอร์ตสินทรัพย์อ้างอิง Δ หน่วย เพื่อหลีกเลี่ยงการวนตรรกะ (เพราะมาตรวัดเชิงกลาง-ความเสี่ยงเป็นผลลัพธ์ของหลักไร้การเก็งกำไร) เราทำงานภายใต้มาตรวัดจริงซึ่งราคาเป็นไปตาม dSt=μStdt+σStdWt โดย μ คืออัตราผลตอบแทนคาดหวังใด ๆ ใช้เล็มมาของอิโตกับ V(S,t)
dV=(∂t∂V+μS∂S∂V+21σ2S2∂S2∂2V)dt+σS∂S∂VdWt. ดังนั้น dΠ=dV−ΔdS=(∂t∂V+21σ2S2∂S2∂2V+μS(∂S∂V−Δ))dt+σS(∂S∂V−Δ)dWt. เลือก Δ=∂V/∂S เพื่อกำจัดพจน์สุ่ม dWt ซึ่งกำจัดพจน์ที่ขึ้นกับ μ ไปพร้อมกัน (นี่คือเหตุผลที่ราคาออปชันไม่ขึ้นกับอัตราผลตอบแทนคาดหวังของสินทรัพย์) ทำให้พอร์ตโฟลิโอไร้ความเสี่ยงในทันที ตามหลักไร้การเก็งกำไรผลตอบแทนของพอร์ตโฟลิโอไร้ความเสี่ยงต้องเท่ากับอัตราไร้ความเสี่ยง dΠ=rΠdt=r(V−ΔS)dt เมื่อจับพจน์ dt ให้เท่ากันและแทน Δ=∂V/∂S จะได้ (2.2) ตามต้องการ. ◻
Remark 7. บทพิสูจน์ข้างต้นเป็นแบบฮิวริสติกตามตำรามาตรฐาน: ขั้นตอน dΠ=dV−ΔdS ละเลยพจน์จากการเปลี่ยนแปลงของ Δ เอง ซึ่งจะถูกต้องเคร่งครัดก็ต่อเมื่อกลยุทธ์เป็นแบบหาเงินทุนในตัว (self-financing) การพิสูจน์อย่างเคร่งครัดสร้างพอร์ตโฟลิโอจำลอง (replicating portfolio) แบบ self-financing โดยตรง ดู (Karatzas and Shreve 1991; Shreve 2004).
Corollary 8 (สูตรราคาออปชันแบล็ก-โชลส์). ราคาออปชันซื้อและออปชันขายแบบยุโรปที่สอดคล้องกับ (2.2) ภายใต้เงื่อนไขปลายทาง (1.1) คือ CBSPBS=S0Φ(d1)−Ke−rTΦ(d2),=Ke−rTΦ(−d2)−S0Φ(−d1),(2.3)(2.4) โดย d1=σTln(S0/K)+(r+21σ2)T,d2=d1−σT.(2.5)
Proof. คำนวณค่าคาดหวัง (1.2) โดยตรง เขียน ST=S0e(r−21σ2)T+σTZ โดย Z∼N(0,1) ผลตอบแทนเป็นบวกเมื่อ ST>K กล่าวคือ Z>−d2 ดังนั้น
CBS=e−rT∫−d2∞(S0e(r−21σ2)T+σTz−K)φ(z)dz. สำหรับพจน์แรก ทำการเติมกำลังสองสมบูรณ์ (complete the square) ในเลขชี้กำลัง −21z2+σTz=−21(z−σT)2+21σ2T, ทำให้พจน์คิดลดและพจน์ e−21σ2T ตัดกับตัวประกอบ erT เหลือ S0∫−d2∞φ(z−σT)dz=S0Φ(d2+σT)=S0Φ(d1). พจน์ที่สองให้ −Ke−rTΦ(d2) โดยตรง รวมกันได้ (2.3). สูตรออปชันขาย (2.4) ตามมาจากความเสมอภาคระหว่างพุต-คอล (put-call parity) C−P=S0−Ke−rT. ◻
แบบจำลองแบล็ก-76 (Black-76 Model, 1976)
แบบจำลองแบล็ก-76 เสนอโดย ฟิสเชอร์ แบล็ก (Fischer Black) ในปี ค.ศ. 1976 (Black 1976) เป็นแนวทางแก้ปัญหาที่แบบจำลองแบล็ก-โชลส์เดิมใช้กับสัญญาฟิวเจอร์ไม่ได้ ประเด็นหลักคือต้นทุนการถือครองสินทรัพย์ (cost of carry, b) เนื่องจากฟิวเจอร์ไม่มีภาระการถือครอง จึงกำหนดให้ b=0 สำหรับฟิวเจอร์ ราคาฟิวเจอร์ F ที่ตกลงกันถือเป็นมูลค่าในอนาคตที่ถูกคิดกลับมาสู่ปัจจุบันเรียบร้อยแล้ว ต่างจากหุ้นที่ราคาปัจจุบันเป็นมูลค่าที่ต้องจ่ายจริงในทันที ดังนั้นทั้งราคาฟิวเจอร์ F และราคาใช้สิทธิ K จึงถูกคิดลด (discounting) กลับสู่มูลค่าปัจจุบัน (present value) ด้วยตัวประกอบ e−rT เพียงตัวเดียว
Theorem 9 (สูตรราคาออปชันแบล็ก-76). ให้ราคาฟิวเจอร์เป็นไปตาม dFt=σFtdWt ภายใต้มาตรวัดเชิงกลาง-ความเสี่ยง (drift เป็นศูนย์เพราะฟิวเจอร์เป็นมาร์ทิงเกล) ราคาออปชันซื้อและขายแบบยุโรปคือ C76P76=e−rT[FΦ(d1)−KΦ(d2)],=e−rT[KΦ(−d2)−FΦ(−d1)],(2.6)(2.7) โดย d1=σTln(F/K)+21σ2T,d2=d1−σT.(2.8)
Proof. เนื่องจากฟิวเจอร์ไม่ต้องใช้เงินลงทุนเริ่มต้น ราคาฟิวเจอร์จึงเป็นมาร์ทิงเกลภายใต้ Q กล่าวคือ drift เท่ากับศูนย์ ดังนั้น FT=Fexp(−21σ2T+σTZ) โดย Z∼N(0,1) แทนใน C76=e−rTE[(FT−K)+] แล้วดำเนินการเติมกำลังสองสมบูรณ์เช่นเดียวกับบทพิสูจน์ของผลสืบเนื่อง 8 จะได้ (2.6). อีกวิธีหนึ่งคือแทน S0=Fe−rT ลงใน (2.3) ซึ่งให้ผลลัพธ์เดียวกันทันที เพราะการแทนดังกล่าวทำให้ ln(S0/K)+(r+21σ2)T=ln(F/K)+21σ2T. ◻
Remark 10. สูตร (2.6) เป็นกรณีเฉพาะของสูตรทั่วไปที่มีต้นทุนการถือครอง b โดยแทน drift ของสินทรัพย์ด้วย b และคิดลดด้วย r; กรณี b=r ให้แบล็ก-โชลส์ (หุ้นไม่จ่ายปันผล) กรณี b=0 ให้แบล็ก-76 (ฟิวเจอร์) กรณี b=r−q ให้แบบจำลองของเมอร์ตันสำหรับหุ้นจ่ายปันผลต่อเนื่องอัตรา q (Merton 1973) และกรณี b=r−rf ให้แบบจำลองการ์มัน-โคลฮาเกนสำหรับออปชันอัตราแลกเปลี่ยน โดย rf คืออัตราดอกเบี้ยของสกุลเงินต่างประเทศ.